kitti kraykhuntod  (259 views)

What is kitti doing now?

ในกายนี้มี(ความรู้สึก)=จิต เกิดดับเพื่อสร้างทุกข์
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

30

Location

bangkok, Thailand

Birthday

July 17
 
Advertisement

Info

Age

30

Birthday

July 17

Location

bangkok, Thailand

 

About Me

1. จงปิดตําราทั้งหมด
2. มีสติ รู้สึกอยู่ที่ตัวเอง
3. จงกําหนดรู้ที่อิริยาบถทั้งหลาย เดินไปไหน ทําอะไร กําหนด "หนอ" ลงไป
4. จงกําหนดรู้ที่การคิด คิดเมื่อไหร่ จงกําหนด "รู้หนอ" แล้วกลับมากําหนดต่อที่อิริยาบถ
5. เวลานอน เอามือวางบนท้อง ท้องพองก็รู้ ท้องยุบก็รู้ เอาแต่นั้น ไม่ต้องไปหวังว่าจะได้อะไร ไม่ต้องถามหาเป้าหมายอะไร
6. จงสร้างความคิดเห็นให้เกิดขึ้นว่า "สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น" แม้แต่ความคิดปรุงแต่งทั้งหลาย ก็ไม่ควรเข้าไปคิดตามกับมัน
7. ถ้าจะนั่งสมาธิและเดินจงกรม กําหนดรู้ที่อิริยาบถอย่างเดียวเวลาเดิน เวลานั่งก็รู้ที่ลมอย่างเดียว อย่าไปรู้ที่ความคิด นั่งและเดินแค่ 5-10 นาทีพอ แล้วออกมากําหนดอิริยาบถย่อยให้มากๆ

หลักการปฏิบัติ (หลวงพ่อปราโมช ปราโมชโช ครูบาอาจารย์)
ขั้นแรก"รู้อารมณ์ที่กำลังปรากฏ"ให้ชัดเจนเสียก่อน
เช่นหายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็รู้ว่าหายใจออก
พอทำงานเหนื่อยก็รู้ว่าเหนื่อย หิวข้าว รู้ว่าหิวข้าว
มีความสุขก็รู้ว่ามีความสุข
หงุดหงิดก็รู้ว่าหงุดหงิด
สงสัยก็รู้ว่าสงสัย
มีกิเลสอะไรก็รู้ว่ามีกิเลสนั้นเป็นต้น

ในขั้นนี้ต้องถือหลักไว้ว่า เราจะรู้เฉยๆ รู้สักว่ารู้
ไม่พยายามไปละมันนะครับ
กระทั่งกิเลสก็ไม่ต้องไปพยายามละมัน
(ทุกข์ ให้รู้)

ขั้นต่อมาสังเกต "ปฏิกิริยาของจิต" ต่ออารมณ์ที่จิตไปรู้เข้า
เช่นพอรู้ว่าโกรธก็สังเกตให้ออกว่าจิตเป็นกลางต่อความโกรธ
หรือจิตยินดีต่อความโกรธ คือวิ่งตามความโกรธไป
หรือจิตยินร้ายต่อความโกรธ คืออยากจะดับ อยากจะละความโกรธ

ขั้นนี้ให้คอยดูไว้ อย่าให้จิตเผลอเคลื่อนเข้าไปยึดถืออารมณ์
แต่ถ้าจิตเคลื่อนก็ให้รู้ว่าเคลื่อน
มันจะกลับมาเป็นกลางต่อไป
(สมุทัย ให้ละ)

ขั้นที่ 3 เมื่อจิตเป็นกลางแล้ว "รู้อยู่ที่ความเป็นกลางของจิต" นั้น
โดยไม่ต้องทำอะไรอีก
(ไม่ใช่ไปเพ่งอารมณ์ที่เป็นกลางนะครับ)

เริ่มใหม่ๆ ถ้าสงสัย ก็รู้เข้าไปที่ความรู้สึกสงสัยเลยครับ
จะเห็นว่าความสงสัยนั้น แรงบ้าง เบาลงบ้าง
นั่นมันแสดงอนิจจังให้ดูแล้ว
ดูไปเฉยๆ ความสงสยก็ดับไปเอง นั่นมันแสดงทุกขังคือความทนอยู่ไม่ได้
แล้วก็จะรู้ว่าความสงสัยนั้น บทจะเกิดเขาก็เกิด บทจะดับเขาก็ดับ บังคับเขาไม่ได้
อันนี้แสดงอนัตตาแล้วครับ

แม้อารมณ์อื่นทุกชนิดก็แสดงไตรลักษณ์แบบนี้เหมือนกันครับ
ขอให้เรารู้หรือดูเข้าไปที่ตัวมัน ด้วยจิตที่เป็นกลางเท่านั้นแหละครับ
ทางลัด ทางรอดสังโยชน์ ๑๐ และบารมี ๑๐
สังโยชน์ แปลว่า กิเลสเป็นเครื่องร้อยรัดจิตใจให้ตกอยู่ในวัฏฏะ มี ๑๐ อย่าง
๑.สักกายทิฏฐิ เห็นว่า ร่างกายเป็นเรา เป็นของเรา (คำว่าร่างกายนี้หมายถึง ขันธ์ ๕)
๒.วิจิกิจฉา ความลังเลสังสัย ในคุณพระรัตนตรัย
๓.สีลัพพตปรามาส รักษาศีลแบบลูบๆ คลำๆ ไม่รักษาศีลอย่างจริงจัง
๔.กามฉันทะ มีจิตมั่วสุมหมกมุ่น ใคร่อยู่ในกามารมณ์
๕.พยาบาท มีอารมณ์ผูกโกรธ จองล้างจองผลาญ
๖.รูปราคะ ยึดมั่นถือมั่นในรูปฌาน
๗.อรูปราคะ ยึดมั่นถือมั่นในอรูปฌาน คิดว่าเป็นคุณพิเศษที่ทำให้พ้นจากวัฏฏะ
๘.มานะ มีอารมณ์ถือตัวถือตน ถือชั้นวรรณะเกินพอดี
๙.อุทธัจจะ มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน ครุ่นคิดอยู่ในอกุศล
๑๐.อวิชชา มีความคิดเห็นว่า โลกามิสเป็นสมบัติที่ทรงสภาพ
บารมี แปลว่า กำลังใจเต็ม บารมี ๑๐ ทิศ มีดังนี้
๑.ทานบารมี จิตพร้อมที่จะให้ทานเป็นปกติ - การให้ เป็นการตัดความโลภ
๒.ศีลบารมี จิตพร้อมในการปฏิบัติศีล - ศีล เป็นการตัดความโกรธ และความหลง
๓.เนกขัมมบารมี จิตพร้อมในการทรงเนกขัมมะเป็นปกติ เนกขัมมะ แปลว่า การถือบวช -เนกขัมมะ เป็นการตัดอารมณ์ของกามคุณ
๔.ปัญญาบารมี จิตพร้อมที่จะใช้ปัญญาเป็นเครื่องประหัตประหารให้พินาศไป -ปัญญา ตัดความโง่
๕.วิริยบารมี จิตมีความเพียรทุกขณะ - วิริยะ ตัดความขี้เกียจ
๖.ขันติบารมี มีความอดทน อดกลั้นต่อสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ - ขันติ ตัดความไม่รู้จักอดทน
๗.สัจจะบารมี สัจจะ ทรงตัวไว้ตลอดเวลาว่าเราจะจริงทุกอย่าง ในด้านของการทำความดี - สัจจะ ตัดความไม่จริงใจ มีอารมณ์ใจกลับกลอก
๘.อธิษฐานบารมี ตั้งใจไว้ให้ตรงโดยเฉพาะ - อธิษฐาน ตั้งจิตไว้ให้สมบูรณ์
๙.เมตตาบารมี สร้างความดี ไม่เป็นศัตรูกับใคร มีความรักตนเสมอด้วยบุคคลอื่น -เมตตา สร้างความเยือกเย็นของใจ
๑๐.อุเบกขาบารมี ช่วยจนถึงที่สุดแล้วจึงวางเฉย - วางเฉยไว้ในเรื่องของกายเรา มันเป็นเช่นนั้นเอง

Interests

การดูจิต

Favorite Music

บทสวดมนต์
 

Favorite Movies

การ์ตูนพระพุทธเจ้า, องค์คุลีมาร
 

Favorite Books

ประหารกิเลส 1
 

Favorite Quote

อนิจจัง ทุกขขํ อนัตตา
พุทธโอษฐ์
จิตส่งออกนอก เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก เป็นทุกข์
จิตเห็นจิต เป็นมรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต เป็นนิโรธ
(concept ของท่านพระอาจารยปู่ ดูลย์ อตุโล)
จิต สติ นิพาน
(concept ของท่านพระอาจารยปู่ บุญฤทธิ์ บัณฑิโต)
ทำความสงบมากก็เนิ่นช้า
คิดพิจารณามากก็ฟุ้งซ่าน
(concept วาจาของท่านพระอาจารยมั่น ภูริฑตฺโต)
ระวังความคิด
เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะ ความคิดของเธอ จะกลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของเธอ เพราะ ความประพฤติของเธอ จะกลายเป็นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ เพราะ ความเคยชินของเธอ จะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ เพราะอุปนิสัยของเธอ จะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต
คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท
"เพราะมีสมุทัยจึงเกิดทุกข์ เพราะไม่รู้ทุกข์จึงเกิดสมุทัย..."
"เพราะรู้ทุกข์แจ่มแจ้งจึงละสุมทัย เพราะความดับไม่เหลือของสมุทัยจึงแจ้งนิโรธ"
คำสอนพระอาจารย์ปราโมชย์ ปาโมชฺโช
คิดดีก็ใจเย็น ถ้าคิดไม่เป็นจะเย็นสบาย
(concept ของท่านพระอาจารยปู่ เกษม เขมโก)
คิดเหมือนหนูรู้เหมือนแมว
หากรู้ว่าจิตคิดคือต้นทางของการปฎิบัติ
(concept ของท่านพระอาจารย์พ่อเทียน จิตฺตสุโภ)
พุทธโธใจรู้ พุทธโธรู้ใจ
(concept ของท่านพระอาจารย์ปู่บุญจันทร์ จนฺทวโร)
ของจริงนิ่งเป็นใบ้ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง
(ท่านพระอาจารย์เจ้าคุณนรรัตน์)
 

hi5 Games

Play hi5 Games

kitti hasn't played any games recently.

Journal

View All 24 Entries    Add Comment

 การปฏิบัติธรรมน่ะนะ อยู่ตรงไหนก็ปฏิบัติได้ เพียงแค่รู้ให้ทันกับกิเลสที่เกิด กิเลสมันเกิดที่ไหน สกัดมันที่นั่น อย่าไปบ้าจี้ตามสัมผัสที่รับเข้ามา เวลานั่งก็ให้มีสติเป็นหลัก อย่าเอาสมาธินําหน้าแล้วขอให้ประมาณว่ากูอยากจะนั่งนิ่งๆ นั่งไปเพื่ออะไร เรานั่งสมาธิเพื่ออะไรเล่า? ดูให้ดีๆ เพื่อให้สงบๆๆๆๆ พอสงบแล้วก็อยากไปนิพพานอย่างนั้นหรือ??? หรือว่านั่งเพื่อให้เห็นจิตชัดๆ เมื่อเห็นจิตแล้วก็จะได้พิจารณาว่าอะไรที่มันติดอยู่ อะไรที่มันเป็นกิเลส จะได้ขจัดออก จะได้เอาออก

เมื่อได้มีโอกาสนั่ง ก็จงใช้โอกาสนี้ฝึกสติ อย่างที่ว่านั้น เมื่อเห็นอะไร รู้สึกอะไร ก็จงแค่เอาแต่รู้ มีสตินะ รู้ รู้ รู้ จะลืมตาก็ลืมไป แต่จงให้รู้ทัน รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่เที่ยง ไม่ต้องไปตามดูมันต่อก็ได้ คือ มันไม่จําเป็นที่จะต้องไปตามดูอะไรๆ ที่มันเกิดขึ้นในสมาธิ เข้าใจมั้ย บางคนนี่ก็ชอบ ชอบดู คือ พอเกิดอะไรในสมาธิ ตัวหมุนตัวเอียง ดิ่งไปโน่น ไปนี่ ก็เอาแล้ว ชอบเข้าไปดู อยากรู้ นั่นแหล่ะ พออยากรู้แล้วทุกข์มันหมดมั้ยเล่า นี่ ตรงนี้ไม่ยอมมาดูกัน เอาแต่มองหาความสงบๆๆๆๆ หาความโลดโผนจะปฏิบัติธรรม ก็จงปฏิบัติให้ถูกต้อง คือ อย่าไปอยากได้อะไรกลับมา แต่จะหวังนิพพานนั้นก็คงจะเป็นอะไรที่อยากได้กันนัก แต่จงเข้าใจว่านิพพานคืออะไร นิพพานไม่ใช่ความพอใจในความสุขที่กูจะได้รับ นิพพานไม่ใช่ความสุขใจอิ่มใจที่กูถวิลหามาทั้งชีวิต ไม่ใช่ดินแดน ไม่ใช่สภาวะที่จะทําให้กูนั่งยิ้มหลับตาพริ้มด้วยความชุ่มฉ่ำหัวใจ เข้าใจอย่างนี้ นิพพานไม่ใช่ของวิเศษตามที่คนเขาอยากได้แล้วพูดว่ามันเป็นสิ่งวิเศษที่เหนือธรรมชาติหรือศักดิ์สิทธิ์ แต่นิพพานมันอยู่ที่นี่ ในใจของเรานี้ แต่กิเลสมันบดบัง พอมันหลง มันก็ปัดไปปัดมา เหมือนกับมีผ้าปิดตาหนาๆ จนเวลาทุกข์มันเกิดแล้วหาทางดับไม่ถูก แต่ถ้าถอดเอากิเลสออก ถอนความยึดมั่นถือมั่นออกทีละนิดๆ นั่นล่ะสภาวะที่ปราศจากกิเลสทีละขั้นๆ ก็มีได้ ว่าไปแล้วมันก็จะเริ่มเบาไปตามส่วน

Applications

Browse Applications

Barn Buddy
Look after your friends' farms and grow some crops together! Or be naughty, steal their crops and ...

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

kitti has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for kitti

Oct 30 6:08 AM
kitti says:
 
ถูกแล้วครับอย่าคิดมากแต่ต้องรู้สึกตัวให้เยอะๆ(มีสติ)เจริญในธรรม

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks